=

ทาสีบ้าน

1. สไตล์ที่ต้องการ

เลือกสไตล์การตกแต่งที่ต้องการ เพราะจะนำไปสู่การเลือกสีในการใช้ทา

2.โทนสี/ประเภทสี

อารมณ์ของโทนสีก็มีความสำคัญไม่น้อย เพราะแต่ละโทนสีก็จะให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกแต่งกันออกไป รวมไปถึงการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับห้อง

3.เตรียมพื้นผิว

สำหรับในขั้นตอนนี้ ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจส่งผลต่อการทาสีได้ ฉะนั้นควรมีการตรวจสอบผนัง ว่ามีการชำรุด รอยแตกแยก และ รอยขรุขระหรือไม่ หากมีควรทำการแก้ไขให้เรียบร้อย โดยเฉพาะผนังเก่า ที่มักเกิดปัญหา ซึ่งเพื่อนๆ สามารถดูวิธีการแก้ไขได้ดังนี้

 

พื้นผิวปูน เริ่มจากการขูดสีที่หลุดร่อนออกมาให้หมด เพราะพื้นผิวปูนมักจะเกิดสีหลุดร่อนได้ง่าย ต่อด้วยการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า พร้อมขัดด้วยแปรง จากนั้นทำการสำรวจความชำรุดและรอยร้าวของพื้นผิว เพื่อทำการโป๊วหรือแก้ไข ปิดท้ายด้วยการนำกระดาษทรายมาขัดให้พื้นผิวเรียบเสมอกัน

 

พื้นผิวไม้ เพื่อนๆ สามารถนำกระดาษทรายมาขัดบนพื้นผิวได้เลย เพื่อให้ได้พื้นผิวที่เรียบ จากนั้น ล้างทำความสะอาด แล้วรอจนแห้งสนิท ถึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ เพราะหากไม้มีความชื้นอาจก่อให้เกิดชื้นราได้ จากนั้นทาด้วยน้ำยากันเชื้อรา

 

พื้นผิวโลหะ สำหรับพื้นผิวนี้ ต้องระมัดระวังในเรื่องของสนิมเป็นพิเศษ ซึ่งหากเกิดสนิม ให้นำกระดาษทรายขัดออกให้เรียบร้อย จากนั้นทาตามด้วยน้ำยากันสนิม

4.ทาสีรองพื้น

ก่อนทาสีจริง ควรมีการทาสีรองพื้นเสียก่อน เพื่อให้ได้โทนสีที่ชัดเจน ไม่ผิดเพี้ยน อีกทั้งยังช่วยทำให้สียึดเกาะกับพื้นผิวได้ดียิ่งขึ้น แต่การเลือกสีทารองพื้นนั้น ก็ควรมีการเลือกให้เหมาะกับพื้นผิวเช่นกัน อาทิ ปูน ไม้ โลหะ เพราะสีรองพื้นแต่ละแบบ จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป

5.ทาสีจริง

ทดลองสี ก่อนทาสีลงบนผนังนั้น แนะนำให้มีการทดลองสี ด้วยการนำสีมาทาลงบนแผ่นตัวอย่างแล้วนำไปติดบริเวณผนัง ทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของสี เพราะหากไม่มีการทดลองอาจทำให้ได้สีที่ไม่ตรงกับความต้องการ และส่งผลเสียต่างๆ ได้

 

ทาสีลงบนผนัง เมื่อได้สี ตามที่ต้องการแล้ว ก็ลงมือทาสีที่ผนังกันได้เลย